ReadyPlanet.com
dot
bulletไหว้พระหน้าคอมฯ
bulletหน้าแรก
bulletเกี่ยวกับเรา
bulletมุมสุขภาพดี
bulletหนังสือดี...ที่น่าอ่าน
dot
Group Menu
dot
bulletสาระด้านไปรษณีย์
bulletสาระเรื่องรถไฟ
bulletกฎหมายใกล้ตัว
bulletธรรมะน่ารู้
bulletสาระพัดสาระ
bulletธุรกิจอิสระ
dot
Newsletter

dot
dot
เว็บไซต์พันธมิตร
dot
bulletหนังสือช่าง หนังสือทั่วไป
bulletPS-อีเล็คทรอนิคส์
bulletparm78.com
bulletรถไฟไทยแฟนคลับ
bulletภาพรถไฟไทย/เทศ
dot
เว็บรัฐวิสาหกิจ
dot
bulletไปรษณีย์ไทย
bulletการรถไฟ
bulletการประปานครหลวง
bulletตรวจลอตเตอรี่
dot
เว็บของทางการ
dot
bulletค้นเว็บด้วยภาษาไทย
dot
อ่านหนังสือพิมพ์
dot
bulletนสพ.สยามรัฐ
bulletนสพ.ไทยรัฐ
bulletนสพ.เดลินิวส์
bulletนสพ.ข่าวสด
bulletนสพ.มติชน
bulletนสพ.คม-ชัด-ลึก
bulletนสพ.แนวหน้า
bulletประชาสัมพันธ์
bulletงานสังคม


คลิกที่นี่ คุณจะพบกับสุดยอดหนังสือดี ๆ ที่คุณไม่คาดคิด อ่านแล้วชีวิตคุณจะดีขึ้น
หนังสือช่าง คู่มือช่าง หนังสือทั่วไป เครื่องมือช่าง
แผ่น CD ที่เล่นแล้วสดุด ติด ๆ ขัด ๆ สามารถรักษาให้หายได้ ด้วย ฟิก-วัน
pung magazine online


เพลงสรรเสริญพระบารมี article



        เพลงสรรเสริญพระบารมี สันนิษฐานว่าได้มีใช้มาตั้งแต่สมันกรุงศรีอยุธยาแล้ว ในสมัยนั้นคงมีเพียงทำนองอย่างเดียวยังไม่มีเนื้อร้อง เรื่องนี้หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยดิศกุล ได้ตรัสว่า “ ทำนองเพลงมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า ใช้แตรงอนเป่ากับกลองชนะนำปี่พาทย์เวลาประโคม คือ แอ่-แอ้-แอ-แอ่ รู้ไม่ได้ว่าใครแต่งไว้ “ (วงวรรณคดี ฉบับกรกฎาคม 2489)
        ส่วนเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่มีทั้งเนื้อร้องและทำนองนั้นได้มีขึ้นในสมัยพระบาทมสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ส่วนต้นเหตุที่มานั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ได้ทรงพระนิพนธ์ไว้ดังนี้

        “ ในเรื่องเพลงสรรเสริญพระบารมีนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช เสด็จพระพาสประเทศอินเดียครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2414 เสด็จถึงสิงคโปร์ ทรงดำริว่าชาติต่าง ๆ เขามีเพลงสรรเสริญประจำชาติ แต่ไทยเราไม่มี ก็ทรงปรารถนาจะให้มีบ้าง พระราชดำริอันนี้ทราบไปถึงครูแตรฝรั่งที่สิงคโปร์คนหนึ่ง จึงเอาเพลงมาถวายหลายเพลง ซึ่งเป็นเพลงฝรั่งและเนื้อเพลงก็เป็นภาษาฝรั่ง ครูแตรผู้นั้นจะแต่งเองหรือไปเอามาจากไหนและครูแตรฝรั่งผู้นั้นชื่ออะไรไม่ทราบ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงเลือกซื้อเพลงหนึ่ง แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แต่งภาษาไทยใส่ในทำนองเพลง เนื้อเพลงนี้ได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขกันมาหลายครั้งหลายคราว จนถึงรัชกาลที่ 6 จึงได้มายุติลงด้วยเนื้อเพลงที่ว่า … ข้าวรพุทธเจ้า เอามะโนและศิรกราน… ดังที่ใช้อยู่ ณ บัดนี้ “ (สาส์นสมเด็จ)
        เนื้อเพลงสรรเสริญพระบารมีในสมัยแรก ๆ นั้นมักจะแต่งกันเป็นโคลงซึ่งมีตัวอย่าง เช่น โคลงของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ที่ได้แต่งถวายพระพรไว้ว่า
        ความ สุขสมบัติทั้ง       บริวาร
เจริญ พละปฏิภาณ             ผ่องแผ้ว
จง ยืนพระชนมาน                นับรอบ ร้อยแฮ
มี พระเกียรติเพริศแพร้ว       เล่ห์เพี้ยงจันทร
        ต่อมา เนื้อเพลงสรรเสริญพระบารมี ก็จะเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เช่น
        อ้าพระนฤปจง        ทรงสิริวัฒนา
จงพระพุทธศา                สนฐีติยง
ราชรัฐจงจิรัง                  ทั้งบรมวงศ์
ฑีรฆดำรง                      ทรงกรุณาประชาบาล
ราชธรรม ธ รักษา           เป็นหิตานุหิตสาร
ขอบันดาล                      ธ ประสงค์ใด
จงสิทธิ์ดัง                       วรหฤทัย
ดุจถวายชัย                    ฉะนี้ฯ

บทพระนิพนธ์นี้ พวกละครหลวงใช้ร้องกัน


        ข้าวร พุทธ เจ้า           เหล่าวิริยพล
พลาสบสมัย                      กาละปิติกมล
ร่วมมนรจำเรียงพรรค์        สรรดุริยพล
สฤษดิมณฑล                   ทำสดุดีแด่นฤบาล
ผลพระคุณะรักษา            พลนิกายะศุขสานต์
ขอบันดาล                        พระประสงค์ใด
จงสฤษดิดัง                      หวังวรหฤทัย
ดุจถวายไชย                     ฉะนี้ฯ

บทพระนิพนธ์นี้ทรงพระนิพนธ์ขึ้นสำหรับพวกดนตรีทหาร

เพลงสรรเสริญพระบารมีในยุคแรก ๆ มักแยกกันร้องพวกละอย่างไม่เหมือนกัน สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ จึงได้ทรงพระนิพนธ์ขึ้นใหม่สำหรับชายหญิง และกรมศึกษาธิการในขณะนั้น (ร.ศ.121)ได้ประกาศให้ใช้ในโรงเรียนทั่วไป โดยให้ใช้เนื้อร้องและทำนองแบบเดียวกันทั่วประเทศ ดังเนื้อร้องต่อไปนี้

        ข้าวรพุทธเจ้า        เหล่ายุพยุพดี
ยอกรชุลี                       วรบทบงสุ์
ซร้องศัพท์ถวายชัย       ในนฤปทรง
พระยศยิ่งยง               เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณรักษา         ชนนิกายะศุขสานต์
ขอบันดาล                   ธ ประสงค์ใด
จงสิทธิ์ดัง                    หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย                 ฉะนี้

เนื้อร้องนี้ให้นักเรียนชายหญิงร้องด้วยกัน ต่อมาเมื่อมีนักเรียนชายแยกจากนักเรียนหญิง ก็ให้เปลี่ยนเนื้อร้องสำหรับนักเรียนชาย บทแรก เป็น

        “ข้าวรพุทธเจ้า         เหล่าดรุณกุมารา
โอนศิรวันทา                    วรบทบงสุ์”
ส่วนบทต่อ ๆ ไปก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
สำหรับนักเรียนหญิงก็เปลี่ยนบทแรกเป็น
        “ข้าวรพุทธเจ้า         เหล่าดรุณกุมารี
โอนศิรชุลี                        วรบทบงส์”
ส่วนบทต่อ ๆ ไปก็ไม่เปลี่ยนแปลง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2456 กรมศึกษาธิการ จึงมีประกาศให้เปลี่ยนคำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีใหม่ โดยให้ใช้คำร้องที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ได้ทรงแต่งขึ้นใหม่ ดังนี้
        ข้าวรพุทธเจ้า                   เอามะโนและศิระกราน
นบพระภูมิบาล                       บุญญะดิเรก
เอกมรมะจักริน                        พระสยามมินทร์
พระยศพระยิ่งยง                    เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณธรักษา                  ปวงประชาเป็นศุขสานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด        จงสฤษดิ์ดัง
หวังวรหฤทัย                           ดุจถวายไชย ชโยฯ

        ที่จริงแล้วคำลงท้ายของเดิมยังคงใช้คำว่า “ ดุจถวายไชย ฉะนี้ “ อยู่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงได้เปลี่ยนมาใช้คำว่า “ ดุจถวายไชย ชโย “ สาเหตุที่เปลี่นก็เนื่องจากว่าคำว่า “ฉะนี้” มักจะออกเสียงเป็นชะนี จึงโปรดให้เปลี่ยนเป็น “ชโย “

        นอกจากเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกล่าวมาข้างบนนี้แล้ว ในสมัยรัชกาลที่ 8 ทางราชการได้ดำริให้มีเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยสังเชป เพื่อใช้ในการบรรเลงทั่วไปขึ้นอีก โดยมีเนื้อร้องสั้น ๆ ดังนี้

        “ ข้าวรพุทธเจ้า                     ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสฤษฎดิ์ดัง หวังวรหฤทัย          ดุจถวายชัย ชโย “

ข้อมูลอ้างอิง    "เกร็ดโบราณคดีประเพณีไทย "
                         ส.  พลายน้อย




สารพัดสาระ

ประปาน่ารู้ article
ภาพเก่าเล่าความหลัง article
เรียนรู้ภาษาใต้ article
เล่าเรื่องเมืองใต้ article
น้ำรักษาโรคได้ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.